นั่งรถสปรินเตอร์กลับจากเชียงใหม่เมื่อวาน สปรินเตอร์เที่ยว 8.45 น. รถออกตรงเวลา
เมื่อคืนนอนไม่ได้ไหว้พระ แล้วก็คิดอยู่ว่า เออ ลืมไหว้พระ จะเกิดอะไรขึ้นกะกรูมั้ยฟะ คิดทำไมไม่รู้ ที่จริงก็ลืมตั้งหลายครั้ง แต่ไม่คิด
ออกจากสถานีเชียงใหม่กรูก็นั่งไฟลนตูดอ่านศัลย์ไปบนรถไฟ เพราะว่ากรูจะสอบวันนี้ (สอบไปแล้วล่ะ) แต่ยังอ่านไม่จบ ก็อ่าน ๆ ไป วิวข้างทางไม่ได้ดูเลย
ประมาณ 9 โมงสิบห้า มาถึงสถานีลำพูน ก็นั่งรอรถไฟเที่ยวขึ้นมันสวนทางไป นานมากกกกก...ก กว่ามันจะยุรยาตรมา
9 โมง 45 กรูออกจากสถานีลำพูน ยังไม่ทันถึงสถานีลูกสถานีแรกเลย ก็รู้สึกถึงแรงกระแทก พร้อมเสียงดัง โครม
ฝุ่นตลบ หินปลิวว่อน
ตอนนั้นคิดในใจว่า "กรรม รถไฟกรูตกรางเหรอวะ??" แต่ว่า รถตกรางมันต้องเอียง ๆ ดิ นี่ไม่ได้เอียงเลย
ซักพักเจ้าหน้าที่รถไฟเดินผ่านมาพร้อมกับบอกว่า "รถไฟชนรถกระบะ"
กรูคิดว่า ไม่เป็นไรหรอกมั้งอาจจะชนแค่ท้ายรถก็ได้ เพราะหลังจากเสียงโครมแล้วรถไฟยังวิ่งต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง (ไกลพอสมควร ห้าร้อยเมตรได้)
ไม่ถึงห้านาทีตำรวจมา
มีผู้โดยสารหลายคนลุกไปดูโบกี้ที่ 1 (สปรินเตอร์มี 3 โบกี้ กรูอยู่โบกี้ที่ 2) คุณน้าเสื้อส้มเดินมาบอกว่า "รถกระบะพังไม่เหลือชิ้นดี คาดว่าไม่น่ามีใครรอดชีวิต"
กรูไม่อยากเห็น พยายามอ่านหนังสือต่อไป แต่...ไม่ได้ว่ะ ไม่กล้าดู แต่ก็ลุกไปแล้ว เดินไปที่โบกี้ที่ 1 ห่างกันนิดเดียว เรานั่งต้น ๆ โบกี้ที่ 2 คุณน้าที่นั่งอยู่หลังเราเค้าเดินไปดูมาก่อนบอกว่า "ไปดูสิลูก จะได้ปลงสังขาร" กรูยืนอยู่ตรงนั้นพักนึง น้องผู้ชายคนนึงก็ถามว่า "ศพเป็นไงมั่งฮะ" น้าตอบว่า "ไม่มีอะไร เหมือนคนนอนหลับ"
ในใจกรูคิดว่า "จริงเหรอวะ" แล้วก็เดินต่อไป มองออกไปนอกประตู (เค้าเปิดประตูหน้ารถ ตรงห้องคนขับอ่ะ กรูก็ไปยืนตรงนั้นแหละ) ไม่เห็นศพนะ เห็นรถ รถมาสด้าสีเงิน ๆ เป็นรถกระบะ ซึ่งตอนนั้นดูไม่ออกแล้วว่าเป็นรถกระบะ มันพังไม่เหลือชิ้นดีอย่างที่น้าเสื้อส้มพูดจริง ๆ รถเป็นรอยจีบย่นเหมือนพัด แล้วกรูก็รีบเดินกลับไป
เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้
คุณลุงกับคุณป้าคู่หนึ่งขับรถกระบะมาสด้ามาบนถนนเส้นเล็ก ๆ ซึ่งมีหญ้าขึ้นสูงมิดหัว พอถึงปากทางมีแค่ป้ายเขียนว่า "ระวังรถไฟ" ซึ่งคุณลุงกะคุณป้าแกก็ไม่เห็นรถไฟ แต่พนักงานขับรถไฟเห็นคุณลุงกะคุณป้า เขาก็เปิดหวูดที่ดังปู๊น ๆ น่ะ แต่คุณลุงแกก็ไม่ได้ยิน ไม่รู้ว่ามีรถไฟกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูง (ก็สปรินเตอร์ ความเร็วปกติก็เกือบ ๆ 200 km/h) พี่พนักงานขับรถไม่มีทางเบรคทันแน่นอน นับเป็นความโชคร้ายของลุงที่มันเป็นเวลาประจวบเหมาะพอดีที่รถของลุงแล่นข้ามมากลางรางรถไฟ รถไฟจึงพุ่งเข้าชนกลางลำรถ แล้วลากเอารถของคุณลุงไปกับรางรถไฟประมาณ 500 เมตรอย่างที่เราบอกไว้ตอนแรก
ไม่นานนักรถพยาบาลของ โรงพยาบาลลำพูนก็มาถึง พร้อมรถของมูลนิธิอะไรสักอย่าง ผู้คนผ่านไปผ่านมาจอดรถลงมาดูกันใหญ่ รถลากรถยกก็มา เรานั่งอยู่กับที่นั่ง เพราะไม่อยากยืนเกะกะ ที่นั่งของกรูคือริมหน้าต่าง
หมอกับพยาบาลมาช่วยกันเอาคุณลุงกับคุณป้าออกมาจากรถกระบะ นานมากเป็นชั่วโมงกว่าจะเอาออกมาได้ คุณป้าออกมาก่อน เขาเอาขึ้นเปลช่วยกันหามออกมา เราเห็นศพคุณป้าก็ตอนนี้แหละเหมือนคนนอนหลับจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่รถพังยับขนาดนั้นแต่ร่างกายคุณลุงคุณป้ายังอยู่ครบไม่น่ากลัวเลย แต่เศร้ามากกว่าน้ำตาจะไหลรู้สึกโศกไปกะเขาทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จัก แต่นั่งอยู่ในรถที่ทำให้เขาตาย คนอื่นไม่เห็นมีใครเขาโศกกันเลย มีแต่คนกลัว แล้วไม่นานคุณลุงก็ตามออกมา มันเศร้าจริง ๆ นะ
คือนึกไปถึงว่าคุณลุงคุณป้าต้องมีลูกหลานแน่ ๆ ตอนนี้ลูกอาจจะกำลังรออยู่ที่บ้าน คงคิดว่า "วันนี้พ่อกับแม่ออกไปข้างนอกนานจัง ทำไมยังไม่กลับมาเสียที" ยิ่งคิดแทนคนอื่นก็ยิ่งอยากร้องไห้ ผู้โดยสารคนอื่นคงนึกว่ากรูบ้า ญาติเมิงเหรอ ไรประมาณเนียะ แต่ว่า ลุงกะป้าน่าสงสารจริง ๆ
บางคนบอกว่า "รถไฟไม่ผิด ลุงขับรถไม่ดูเอง" โทษลุงก็ไม่ได้ ไม่มีทางกั้นให้นี่ หญ้าก็สูงขนาดนั้นใครจะไปรู้วะว่ารถไฟมา "คนขับเค้าก็เปิดหวูดดังลั่นขนาดนั้นแล้วไม่ได้ยินรึไง" ลุงอาจจะไม่ได้ยินก็ได้ ลุงต้องไม่ได้ยินแน่ ๆ ไม่งั้นไม่ขับตัดหน้าหรอก ลุงไม่ใช่วัยรุ่นคึกคะนองซะหน่อย
ไม่ควรจะเอาผิดกับลุง...การเสียเวลาของผู้โดยสารในวันนี้ ซึ่งอาจจะต้องกลับไปตั้งต้นที่เชียงใหม่ใหม่เลยก็ได้ หากรถไฟพัง หรือไปเปลี่ยนหัวรถจักรเอาคั้นที่สามสลับกับคันที่หนึ่ง (สปรินเตอร์ขับเคลื่อนได้สองทางโบกี้แรก กับโบกี้สุดท้ายมีห้องคนขับ) มันคงเทียบไม่ได้กับการสูญเสียของลุงกับป้า
สุดท้ายนี้ ขอให้ลุงกับป้าที่อยู่ในรถกระบะมีความสุขอยู่บนสวรรค์...
----------------------------------------------------------------------------------
เฮ้อ พิมพ์ไปโศกไป
พรุ่งนี้สอบอีกแระ หนังสือยังไม่ได้อ่าน...
รำคาญพวกแอ๊บเบ๊ว (มาจากไหนวะ??) เดี๋ยวนี้เห็นบ่อย รำคาญ น่ารักละเมิงง่ะ
ตุลาคอสไรดีวะกรู สมองกลวงแม้กระทั่งเรื่องคอส เฮ้อ... เบื่อคณะ
)